ในที่สุด สิ่งที่เฝ้ารอคอยมานานก็เป็นจริงซักที
ได้เที่ยวงานเดือนสิบแล้วเฟ้ยยยย!!!
ความจริงงานเดือนสิบมีหลายที่มากๆ
ที่จัดใหญ่ๆ ก็ที่ ทุ่งท่าลาด สนามหน้าเมือง บ้านเก่า บร๊าๆๆ
แต่วันนี้ เราไปเที่ยวตลาดย้อนยุค4ภาคแหละเออ
((รูปโหลดโหดหน่อยเนอะ))
.
.
.
ที่แรกคือ ประกวด หมรับ ฮ่ะ สวยๆทั้งนั้นเลย
((น่ากิน))

หมรับที่ได้รางวัลชนะเลิศค่ะ ดูใกล้ๆคือ ใช้ของกินทั้งนั้น
เกล็ดพญานาคใช้เปลือกหอยแหละเออ
ส่วนตัวพญานาคก็ขนม แต่ไม่รู้ว่าขนมอะไร
อยากกระโดดงับหัวพญานาคจริงๆ
เป-รต จำลองเป-รต พายเรือยข้ามภพมายังโลกมนุษย์ค่ะ
ถึงแล้วฮ่ะ ตลาดย้อนยุค จัดอยู่ในวัดหน้าวัดพระธาตุ
เข้าไปชอปปิ้งกันเถอะ!!!!
เข้ามาละ เจอร้านขายของเกี่ยวหนังตะลุง
มีของชิ้นเล็กๆ ไปจนถึงเท่าฝาบ้าน
ราคาก็ตั้งแต่10กว่าบาทไปจนถึงหลักพัน *0*
ร้านขายถ้วยชามเบญจรงค์
ร้านขายของที่ทำจากกระจูด
ผ้าไหมกับผ้าลูกไม้ค่ะ สีสวยดีนะร้านนี้
แอร๊ยย สายไหมๆๆ
อันนี้บ้านเราเรียก ข้าวเกรียบว่าว
พ่อบอกว่า เวลากินอย่าเอาออกจากถุงมาถือสองมือ
เพราะเวลาลมพัด มันจะเหลือแต่ที่สองมือจับไว้ นอกนั้นก็ ปลิวไปตามลม ฮ่าๆ
ตรงนี้เป็นที่ ปิดทองฝังลูกนิมิต
((ใหญ่เว่อร์))
แฮ่......ใครเป็นเด็กไม่ดีระวังจะโดนเอาตัวไปนะ
((คนในรูปบอกเราว่างี้))
ร้านข้าวเกรียบปากหม้อ พี่สาวเจ้าของร้านสวยค่ะ แต่เขินกล้อง ((ก๊ากกก))
ร้านสารพัดเฉาก๊วย
แก้วใส่น้ำเฉาก๊วยน่ารักมากๆ
น้ำผลไม้
ต่อด้วยแมลง รถด่วนสิบบาทเพ่!!!!!
คนขายใจดี แถมตั๊กแตนมาให้สามตัว แต่เรากินไม่ได้ ฮา
อะโชะ หันไปเห็นร้านขนมหวานพอดี
สารพัดปลาเค็ม ไม่อยากได้ในกระด้ง เอาไม้ไปสอยได้
เกาลัดๆ ร้านนี้มีเกาลัดจีน กับ เกาลัดญี่ปุ่น
((แล้วมันต่างกันตรงไหนล่ะนี่?))
กรี๊ดด ไอติมโบราณ ร้านนี้อร่อยมากค่ะ
จกรสมะนาว กับ ส้ม ไปอย่างละหนึ่ง
เริ่มรู้สึกว่า น้ำหนักขึ้น ((ฮา))
ร้านขายเครื่องดนตรีพื้นบ้าน ไซต์มินิ
ร้านนี้ ขายอะไรก็ตามที่ห้อยบนเพดาน
และพรมเช็ดเท้า น่ารักมากขอบอก
ร้านโคมไฟ อยากได้หนูตัวนั้นอ่า
โซนขายเครื่องประดับจากเงิน นาค
รูปปั้นไว้บูชา ร้านนี้ออกแนวขลังๆ
แอบบงงประโยคที่ว่า กินขนมไทยแล้วไม่จาก
ไม่รู้ว่ามันยังไม่จบประโยครึเปล่า แต่อ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจ
ส่วนเห็ดแครง หน้าตาเป็นยังไง เราก็ไม่ทราบค่ะ ((แต่อยากกิน))
ก่อนกลับ แวะเข้าวัดพระธาตุ สักหน่อย
อย่าเผลอเหยียบธรณีประตูนะคะ โบราณท่านถือ
ช้างน้อยยยยย~
รูปจำลองสองพี่น้องที่นำพระบรมสารีริกธาตุมาที่จังหวัดนครค่ะ
สองท่านนี้คือ พระศรีธรรมโศกราช ผู้สร้างเมืองนคร และ พระนางโลหิตขาว ค่ะ
-ขอเพิ่มเติมซักนิด คำว่า เป-รต
คนส่วนใหญ่ เข้าใจว่าคำคำนี้ สือไปในทางที่ไม่ดี หมายถึง คนชั่ว คนเลว ประมาณนี้
ดังนั้นเวลาโดนด่าว่า เป-รต เลยเคืองกันมาก
เมื่อเดือนที่แล้ว เราได้ไปทัศนศึกษาที่เกาะยอมาค่ะ อาจารย์ที่มาเป็นวิทยากรณ์ เล่าให้ฟังว่า
จริงๆแล้ว คำว่า เป-รต แปลว่า ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ค่ะ หรือบรรพบุรุษเรานั่นแหละ
ชาวนครเป็นเพียงจังหวัดเดียวค่ะ ที่เชื่อว่า บรรพบุรุษที่ตายไป จะกลายไปเป็นเป-รต ((หรือผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว จำไว้ๆ)) และในนรก จะมีภพหนึ่ง ที่เราเรียกกันว่า ภพเป-รต ซึ่งคนที่อยู่ในภพนี้ จะไม่ได้รับส่วนบุญใดๆเลย ไม่ว่าลูกหลานจะทำบุญไปให้อย่างไร
ดังนั้น ในเดือนสิบ หรือ วันสารท ชาวนครก็จะมีการทำบุญใหญ่ เพราะในช่วงเวลานี้ บรรพบุรุษจะถูกอนุญาติให้ข้ามภพมายังโลกมนุษย์ เป็นเวลา15วัน เพื่อมารับส่วนบุญจากลูกหลานค่ะ
ส่วนเรื่องขนมในวันสารท คงไม่ต้องพล่าม เพราะทุกคนรู้กันดีอยู่แล้ว ((ฮา))
อาจารย์ยังบอกเพิ่มเติมอีกว่า พอเราทำบุญเสร็จ ทุกคนจะนำขนมไปวางไว้บนโต๊ะ ที่เรียกว่า หลาเป-รต น่ะค่ะ
จะมีกิจกรรมที่เราเรียกว่า ชิงเป-รต คือให้ไปเอาขนมที่วางไว้ เพราะมีความเชื่อที่ว่า ขนมเหล่านี้ เป็นขนมที่บรรพบุรุษหลังจากที่ท่านทานเสร็จแล้ว ท่านก็แบ่งไว้ให้ลูกหลานได้กิน ((ดูสิ ใจดีขนาดไหน))
ดังนั้น คนนคร จึงต้องไปชิงเปรตค่ะ เพราะถ้าเราไม่ไปเอาส่วนที่บรรพบุรุษให้ ท่านก็จะน้อยใจ
((โบราณท่านว่าไวววววว้))
ถ้าเกิดเราไปชิงเป-รต ยายบอกว่า ได้บุญด้วยนะเอ้อ
ดังนั้น เวลาใครด่าเราว่า เป-รต ตอบกลับไปเลยค่ะ "กูยังไม่ตาย"
-เพิ่มอีกนิสสสนึง เวลาเราจะทำบุญเดือนสิบ มีการเขียนชื่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วด้วยนะ
เขียนหมดเลย ตั้งแต่สมัย ปู่ของปู่ของปู่ของปู่ของปู่ของปู่ของทวด บร๊าๆ
แต่เราไม่ค่อยเห็นใครเขียนหรอกค่ะ เพราะบรรพบุรุษมีหลายคน
บางทีไม่รู้จักชื่อก็มี เลยพูดแบบ เหมารวมเลย
สุดท้ายนี้ คิดว่า อัพยาวเกินไปแล้ว ลาด้วยรูปนี้ค่ะ
ปล.***งานเข้า.....
**พี่ลืมวิกนู๋แล้วจริงๆชิม้ายยย~!!!